MobiZ PDF Tools
รวม PDF บัญชี merge, split, บีบอัด และแปลงไฟล์ — ใช้งานได้ฟรีไม่จำกัด
MobiZ OCR Scan
สแกนใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีเป็นข้อมูลบัญชีอัตโนมัติ — สำหรับสมาชิกแบบซับสคริปชั่น
เครื่องมือใหม่เร็วๆ นี้
เราจะทยอยเพิ่มเครื่องมือบัญชีใหม่ๆ เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง
ลูกค้าพูดถึง MobiZ
ใช้งานง่าย ประหยัดเวลาทำบัญชีไปได้มาก โดยเฉพาะเครื่องมือ PDF ที่ใช้แทบทุกวัน
คุณนภัสสร, เจ้าของร้านค้าออนไลน์
OCR สแกนใบเสร็จช่วยลดงานคีย์ข้อมูลด้วยมือได้เยอะมาก ทีมบัญชีของเราทำงานเร็วขึ้นเห็นได้ชัด
คุณธีรพัฒน์, สำนักงานบัญชี
ราคาแพ็กเกจคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ทีมซัพพอร์ตตอบไวและช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด
คุณกัญญาณัฐ, ผู้จัดการฝ่ายบัญชี SME
เริ่มต้นฟรี ไม่ต้องผูกบัตร
สมัครสมาชิกวันนี้ รับสิทธิ์แผนฟรีใช้งานเครื่องมือพื้นฐานได้ตลอดไป และอัปเกรดเป็นแพ็กเกจซับสคริปชั่นเมื่อธุรกิจของคุณพร้อมเติบโต
ลืมรหัสผ่าน
{{ forgotSubtitle }}
✓ ตั้งรหัสผ่านใหม่สำเร็จแล้ว เข้าสู่ระบบด้วยรหัสผ่านใหม่ได้เลย
นึกออกแล้ว? กลับไปเข้าสู่ระบบ
สวัสดี, {{ user.name }}
เลือกเครื่องมือบัญชีที่ต้องการใช้งานด้านล่าง
{{ tool.name }}
{{ tool.desc }}
{{ activePartnerBanner.name }}
{{ activePartnerBanner.desc }}
เครื่องมือนี้ต้องซับสคริปชั่น
อัปเกรดแพ็กเกจของคุณเพื่อปลดล็อก {{ lockedToolName }} และเครื่องมือขั้นสูงอื่นๆ
แพ็กเกจซับสคริปชั่น
เลือกรอบบิลที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ
{{ plan.name }}
{{ plan.tagline }}
{{ plan.billedLabel }}
คำถามที่พบบ่อย
{{ fq.a }}
โปรแกรมติดตั้ง
เครื่องมือช่วยงานบัญชีแบบติดตั้งลงเครื่อง สำหรับสมาชิกแพ็กเกจ Basic
แอดมิน — เพิ่มวันใช้งาน
สำหรับกรณีลูกค้าโอนเงินจริงแล้วแต่ระบบตรวจสลิปอัตโนมัติไม่ผ่าน
รายชื่อสมาชิก
✓ รีเซตรหัสผ่านของ {{ adminResetResult.email }} แล้ว — รหัสชั่วคราวคือ:
{{ adminResetResult.tempPassword }}
ยังไม่มีสมาชิกในระบบ
{{ m.email }}
สมัคร {{ m.joinDate }} · login {{ m.loginCount }} ครั้ง · ใช้งานล่าสุด {{ m.lastLoginLabel }}
คัดลอกค่าจริงจาก Apps Script editor → Project Settings → Script Properties → คีย์ชื่อ RDFILING_ADMIN_SECRET (บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์นี้เท่านั้น ใส่ครั้งเดียวไม่ต้องใส่ซ้ำ)
ยืนยันการชำระเงินสำเร็จ
คุณได้อัปเกรดเป็นแพ็กเกจ {{ checkoutPlan.name }} เรียบร้อยแล้ว ใช้งานได้ทันที
✓ ส่งคำขอหัก ณ ที่จ่ายเรียบร้อย แอดมินจะดำเนินการโอนเงินคืนส่วนที่หักไว้ให้เร็วๆ นี้
นิติบุคคลที่หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตอนโอน
แจ้งข้อมูลขอเงินคืนหัก ณ ที่จ่าย
กรอกข้อมูลกิจการ+บัญชีที่จะรับเงินคืน ทีมงานจะส่งข้อมูลนี้ไปยังแอดมินและดำเนินการโอนคืนให้
บัญชีของฉัน
ชื่อผู้ใช้
{{ user.name }}
อีเมล
{{ user.email }}
จำนวนครั้งที่เข้าสู่ระบบ
{{ loginCountLabel }} ครั้ง
แพ็กเกจปัจจุบัน
{{ accountPlanLabel }}
ต่ออายุถัดไป: {{ user.renewDate }}
เหลือเวลาใช้งานอีก {{ daysRemainingLabel }}
บทความบัญชี
ความรู้ด้านบัญชีและภาษีสำหรับ SME และบุคคลทั่วไป อัปเดตใหม่เรื่อยๆ
{{ art.title }}
{{ art.excerpt }}
อ่านบทความ →ทำไมต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และวิธีคำนวณคร่าวๆ
คนไทยที่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้อง ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทุกปี แม้บางปีจะไม่มีภาษีที่ต้องจ่ายก็ตาม เพราะเหตุผลสำคัญมีดังนี้
1. เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย
ผู้มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบภายในกำหนด หากไม่ยื่นหรือยื่นล่าช้าอาจมีค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
2. ใช้สิทธิขอคืนภาษี
หากถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้เกินกว่าภาษีที่ต้องชำระจริง การยื่นแบบคือช่องทางเดียวที่จะขอเงินคืนจากกรมสรรพากรได้
3. ใช้เป็นหลักฐานทางการเงิน
หนังสือรับรองการยื่นภาษีมักใช้ประกอบการขอสินเชื่อ ขอวีซ่า หรือแสดงรายได้ในการทำธุรกรรมต่างๆ
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (แบบขั้นบันได)
หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เงินได้สุทธิจะถูกคำนวณภาษีแบบขั้นบันไดตามอัตราต่อไปนี้: 0–150,000 บาท ยกเว้นภาษี, 150,001–300,000 บาท อัตรา 5%, 300,001–500,000 บาท อัตรา 10%, 500,001–750,000 บาท อัตรา 15%, 750,001–1,000,000 บาท อัตรา 20%, 1,000,001–2,000,000 บาท อัตรา 25%, 2,000,001–5,000,000 บาท อัตรา 30% และส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท อัตรา 35%
โปรแกรมคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาคร่าวๆ
สำหรับผู้มีเงินได้ประเภทเงินเดือน (มาตรา 40(1)) ประเมินเบื้องต้นเท่านั้น ไม่รวมค่าลดหย่อนอื่นๆ ทั้งหมด
VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร ธุรกิจต้องรู้อะไรบ้าง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax: VAT) คือภาษีที่จัดเก็บจากการขายสินค้าและบริการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย จนถึงผู้บริโภคคนสุดท้าย ปัจจุบันอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยอยู่ที่ 7%
ใครต้องจดทะเบียน VAT
ผู้ประกอบการที่มีรายได้จากการขายสินค้า/บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับแต่วันที่รายได้เกินเกณฑ์
หลักการคำนวณภาษี
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งคำนวณจาก ภาษีขาย (Output Tax) − ภาษีซื้อ (Input Tax) หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องนำส่งส่วนต่างให้กรมสรรพากร แต่ถ้าภาษีซื้อมากกว่า สามารถขอคืนหรือทบไปเดือนถัดไปได้
เอกสารและการยื่นแบบ
ผู้ประกอบการจด VAT ต้องออก ใบกำกับภาษี ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือบริการ และยื่นแบบ ภ.พ.30 พร้อมชำระภาษี (ถ้ามี) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน
บริษัทจำกัด vs ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต่างกันอย่างไร จดแบบไหนดี
ความรับผิดชอบต่อหนี้สิน
บริษัทจำกัด: ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเท่ามูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบเท่านั้น ห้างหุ้นส่วนจำกัด: หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดรับผิดเท่าเงินลงทุน แต่หุ้นส่วนผู้จัดการ (ไม่จำกัดความรับผิด) ต้องรับผิดในหนี้สินทั้งหมดแบบไม่จำกัด
จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ
ทั้งสองรูปแบบใช้เกณฑ์เดียวกันคือ อย่างน้อย 2 คน ขึ้นไป (กฎหมายแก้ไขปี 2566 ลดจากเดิม 3 คน)
โครงสร้างการบริหาร
บริษัทจำกัด: บริหารโดยกรรมการ มีโครงสร้างเป็นทางการ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการระดมทุน ขยายกิจการ หรือสร้างความน่าเชื่อถือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด: บริหารง่ายกว่า ต้นทุนจดทะเบียนต่ำกว่า เหมาะกับธุรกิจครอบครัวหรือขนาดเล็ก
ภาษี
ทั้งสองรูปแบบเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราเดียวกันตามฐานกำไรสุทธิ และมีหน้าที่ทำบัญชี/งบการเงินประจำปีเหมือนกัน
สรุป จดแบบไหนดี
หากต้องการ จำกัดความเสี่ยง วางแผนระดมทุนหรือขยายธุรกิจในอนาคต แนะนำ บริษัทจำกัด แต่หากเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ทุนน้อย ต้องการความคล่องตัวและต้นทุนจดทะเบียนต่ำ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาจตอบโจทย์มากกว่า
มีข้อมูลเต็ม Excel แต่ไม่รู้จะเริ่มวิเคราะห์ตรงไหน
หลายคนมีไฟล์งบการเงินหรือรายงานยอดขายเต็มชีต Excel อยู่แล้ว แต่พอจะ "วิเคราะห์" จริงๆ กลับไม่รู้จะเริ่มตรงไหน จะใช้สูตรอะไร และต้องดูตัวเลขตัวไหนถึงจะเห็นภาพธุรกิจจริงๆ ไม่ใช่แค่ตารางตัวเลขเปล่าๆ บทความนี้สรุปลำดับที่ควรทำเป็นขั้นๆ
1. เริ่มจากทำความเข้าใจ 3 งบหลักก่อน
ก่อนจะกดสูตรอะไรเลย ต้องรู้ก่อนว่ากำลังดู งบแสดงฐานะการเงิน (สินทรัพย์/หนี้สิน/ทุน), งบกำไรขาดทุน, หรือ งบกระแสเงินสด อยู่ แต่ละงบตอบคำถามธุรกิจคนละแบบ — งบกำไรขาดทุนบอกว่า "กำไรไหม" แต่ไม่ได้บอกว่า "มีเงินสดจริงไหม" ต้องดูงบกระแสเงินสดควบคู่กันเสมอ
2. สูตรพื้นฐานที่ควรใช้ก่อนสูตรซับซ้อน
ไม่ต้องรีบไปหาสูตรขั้นสูง เริ่มจาก Common-size Analysis (แปลงทุกรายการเป็น % ของฐานเดียว เช่น % ของยอดขายรวม หรือ % ของสินทรัพย์รวม) กับ Horizontal Analysis (เทียบตัวเลขปีต่อปีว่าโตขึ้น/ลดลงกี่ %) สองสูตรนี้ใช้แค่ SUM และการหารพื้นฐาน แต่เปิดมุมมองได้เยอะกว่าดูตัวเลขดิบเฉยๆ มาก
3. ตัวเลขไหนที่บอกภาพธุรกิจจริงๆ
เมื่อคุ้นกับข้อมูลแล้ว ให้ดูอัตราส่วนทางการเงิน 4 กลุ่มนี้แทนการดูตัวเลขเดี่ยวๆ:
ความสามารถทำกำไร เช่น Gross Margin, Net Margin — ธุรกิจทำกำไรได้จริงกี่ % ของยอดขาย
สภาพคล่อง เช่น Current Ratio — มีเงิน/สินทรัพย์พอจ่ายหนี้ระยะสั้นไหม
ประสิทธิภาพ เช่น รอบหมุนของลูกหนี้/สินค้าคงคลัง — เก็บเงินลูกหนี้เร็วแค่ไหน สต๊อกค้างนานไหม
ความมั่นคง เช่น Debt to Equity — พึ่งพาหนี้มากเกินไปหรือเปล่า
ตัวเลขเดี่ยวๆ ตัวเดียวไม่บอกอะไรมาก แต่พอเทียบย้อนหลังหลายปีหรือเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน จะเริ่มเห็นภาพว่าธุรกิจกำลังดีขึ้นหรือแย่ลงตรงไหน
4. ขั้นถัดไป — ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ต่อ
เมื่อมีพื้นฐานสูตร Excel และเข้าใจอัตราส่วนสำคัญแล้ว ขั้นต่อไปคือใช้ AI (เช่น Claude, ChatGPT) ช่วยอ่านและสรุปงบให้เร็วขึ้น โดยยังต้องเข้าใจพื้นฐานเองก่อน เพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ที่ AI สรุปมาได้ว่าสมเหตุสมผลไหม — HTAX มีชุดบทเรียนที่ไล่ตั้งแต่พื้นฐานสูตร Excel ไปจนถึงการใช้ AI วิเคราะห์งบการเงินแบบเป็นระบบ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ai-financial-playbook.htax.pro
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคืออะไร ใครมีหน้าที่หัก และหักเท่าไหร่
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือระบบเก็บภาษีล่วงหน้า โดยกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ หักภาษีจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับทุกครั้งที่จ่าย ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน ผู้รับเงินจึงนำภาษีที่ถูกหักไว้นี้ไปใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระตอนยื่นแบบประจำปีได้อีกที
ใครมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
โดยหลักคือ นิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วน) ที่จ่ายเงินได้ประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหัก ณ ที่จ่าย รวมถึงบุคคลธรรมดาบางกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ เช่น การจ่ายค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์
อัตราหักภาษีตามประเภทเงินได้ (ตัวอย่างที่พบบ่อย)
เงินเดือน/ค่าจ้าง (มาตรา 40(1)): หักตามอัตราภาษีก้าวหน้าเฉลี่ยทั้งปี
ค่าจ้างทำของ/ค่าบริการ: 3%
ค่าวิชาชีพอิสระ (เช่น กฎหมาย บัญชี วิศวกรรม สถาปัตยกรรม): 3%
ค่าเช่าทรัพย์สิน: 5%
ค่าโฆษณา: 2%
ค่าขนส่ง (ผู้ประกอบการขนส่งที่จดทะเบียน): 1%
ดอกเบี้ย: 15%
เงินปันผล: 10%
อัตราจริงอาจแตกต่างตามเงื่อนไขเฉพาะกรณี ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้จริงเสมอ
แบบยื่นที่ต้องใช้
ภ.ง.ด.1: หักจากเงินเดือน/ค่าจ้างพนักงาน (มาตรา 40(1))
ภ.ง.ด.3: หักจากเงินได้ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา (เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าวิชาชีพอิสระ)
ภ.ง.ด.53: หักจากเงินได้ที่จ่ายให้นิติบุคคล
กำหนดเวลานำส่ง
ผู้จ่ายเงินต้องนำส่งภาษีที่หักไว้พร้อมยื่นแบบภายใน วันที่ 7 ของเดือนถัดไป นับจากเดือนที่จ่ายเงิน (ยื่นแบบกระดาษ) หรือขยายเป็นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปหากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร หากนำส่งช้าหรือไม่นำส่งจะมีเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามกฎหมาย
สรุป
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาระหน้าที่ของผู้จ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้รับเงิน ธุรกิจจึงควรตรวจสอบให้ถูกต้องทุกครั้งที่จ่ายเงินได้ประเภทที่เข้าเกณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดภาระเบี้ยปรับเงินเพิ่มภายหลัง — อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากกรมสรรพากรได้ที่ rd.go.th
ไฟล์เครื่องมือในการทำงานอื่นๆ
รวมไฟล์ Excel/คู่มือเครื่องมือช่วยงานบัญชีที่ใช้งานได้จริง ดาวน์โหลดฟรี จะทยอยอัปเดตเพิ่มเรื่อยๆ
เนื้อหากำลังจะมาเร็วๆ นี้
ไฟล์ Excel ชุดแรกกำลังจะทยอยอัปโหลด รอติดตามได้เลย